อัลไซม์เมอร์ รู้ทัน ป้องกันได้

Alzheimer’s Disease

                       อัลไซม์เมอร์จัดเป็นโรคทางสมองชนิดหนึ่ง ไม่ใช่ภาวะสมองเสื่อมตามธรรมชาติ หรือตามอายุที่มากขึ้นแต่อย่างใด แต่เกิดจากการตายของเซลล์สมอง ที่ทำหน้าที่ในการเรียนรู้ จดจำ ส่งผลให้ความสามารถในการเรียนรู้และจดจำหายไป ความเสื่อมของเซลล์สมองนี้อาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อาจลุกลามไปถึงไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันตามปกติได้ เช่น ไม่สามารถรับประทานอาหารได้เอง อาจรุนแรงถึงพูดไม่ได้ หรือเดินไม่ได้เลย

อาการลำดับการดำเนินโรคอัลไซม์เมอร์แบ่งออกเป็น 4 ระยะ โดยมีลักษณะของความบกพร่องของหน้าที่และการรู้ที่แย่ลงเรื่อย

v ระยะก่อนสมองเสื่อม (Predementia)

มักจะเข้าใจผิดว่าเกิดขึ้นเองจากความชรา หรือเกิดจากภาวะเครียด ความบกพร่องที่เห็นชัดคือการสูญเสียความจำ คือพยายามจำข้อมูลที่เรียนรู้เมื่อไม่นานมานี้ไม่ได้และไม่สามารถรับข้อมูลใหม่ๆ ได้

v ระยะสมองเสื่อมระยะแรก (Early dementia)

มีอาการบกพร่องทางภาษา คือการรวบคำให้สั้นและพูดหรือใช้ศัพท์ไม่ฉะฉานหรือคล่องทำให้พูดหรือเขียนภาษาได้น้อยลง ยังสามารถสื่อสารบอกความคิดพื้นฐานของตนได้ สามารถทำงานหลายอย่างได้ด้วยตัวเองแต่อาจต้องอาศัยผู้ช่วยหรือผู้ดูแลในกิจกรรมที่ต้องอาศัยกระบวนการคิดหรือการรู้อย่างมาก

v ระยะสมองเสื่อมระยะปานกลาง (Moderate dementia)

ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยตนเอง บกพร่องด้านการพูด อ่าน เขียน ไม่สามารถจำญาติสนิทได้ มีพฤติกรรมเปลี่ยนที่พบได้บ่อยคือ หนีออกจากบ้าน สับสนและเห็นภาพหลอน หงุดหงิด ก้าวร้าว อารมณ์แปรปรวนซึ่งทำให้เกิดความเครียดต่อผู้แลได้

v ระยะสมองเสื่อมระยะสุดท้าย (Advanced dementia)

ผู้ป่วยต้องพึ่งพาผู้ดูแลตลอดเวลา ไม่สามารถพูดจาตอบโต้เป็นภาษาได้ มีภาวะไร้อารมณ์และอ่อนเพลีย มวลกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวลดลง ผู้ป่วยทำได้แค่นอนนิ่ง เกิดแผลกดทับและโรคแทรกซ้อน

สาเหตุของโรคอัลไซม์เมอร์

สาเหตุและการดำเนินโรคของอัลไซม์เมอร์ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด ในปัจจุบันมีงานวิจัยบ่งชี้ถึงสาเหตุของโรคนี้อยู่หลายสมมติฐานได้แก่

1. ความผิดปกติในเนื้อสมองส่งผลให้ระดับของสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า Acetlycholine ลดลง ซึ่งสารนี้ส่วนสำคัญในการเรียนรู้และจดจำ

2. การสะสมของ Beta-amyloid อันทำให้เกิด Amyloid plaque ในสมอง ซึ่งเชื่อว่าเป็นโปรตีนที่เป็นพิษต่อเซลล์และนำให้เกิดการตายของเซลล์ประสาท

- APOE e4 ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมของอัลไซม์เมอร์ทำไห้เกิดการสร้าง Amyloid ในสมอง

3. มีการสะสมของเส้นใยและโปรตีนที่ผิดปกติ เกิดเป็นสารประกอบผิดปกติในเซลล์ประสารทเรียกว่า neurofibrillarytangles ทำให้มีการทำลายระบบการขนส่งสารใรประสาท ก่อให้เกิดการตายของเซลล์ประสาทในเวลาต่อมา

4. พันธุกรรม พบว่าอัลไซม์เมอร์ที่เริ่มเกิดโรคก่อนอายุ 60 ปี เกิดจากการกลายพันธุของยีน 3 ยีน ได้แก่ APP, PSEN1 และ PSEN2 ซึ่งการกลายพันธ์ของยีนดังกล่าว ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของ Beta-amyloid และสะสมเป็น Amyloid plaque ในที่สุด

5. อายุ พบว่าร้อยละ 25 ของผู้ป่วยอายุ 85 ที่เป็นโรคความดันสูง เป็นโรคอัลไซม์เมอร์

6. มีแนวโน้มพบในผู้ที่อายุต่ำกว่า 60 ปี โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยด้วยโรคที่นำไปสู่ความผิดปกติของหลอดเลือด ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และไขมันสูง เป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดเซลล์สมองฝ่อเร็วกว่าคนทั่วไป

การวินิจฉัยและตรวจหาผู้ที่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรม

1. การตรวจวิเคราะห์น้ำไขสันหลัง โดยการตรวจหาปริมาณ Total-Tau, Beta-amyloid 1-40 และ Beta-amyloid 1-42

2. การตรวจทางพันธุกรรมจากเลือด โดยตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีน APP,PSEN1 และ PSEN2 ในผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นอัลไวเมอร์ชนิดที่เริ่มเกิดก่อนอายุ 60 ปี และตรวจ APO E genotype เพื่อประเมินความเสี่ยงพันธุกรรมต่อโรคอัลไซม์เมอร์ชนิดที่เกิดในผู้สูงอายุ

เมื่อแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยเป็นโรคอัลไซม์เมอร์จะยืนยันการวินิจฉัยโดยการประเมินพฤติกรรมและทดสอบความรู้ และมักตามด้วยการแสกนสมอง

ป้องกันโรคอัลไซม์เมอร์ได้อย่างไร?

1. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น อุบัติเหตุที่ศรีษะ การสูบบุหรี่ โรคความดันสูง โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และภาวะซึมเศร้า โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นและวัยทำงาน

2. อาหารที่มีประโยชน์ ได้แก่ อาหารที่มีวิตามินอี วิตามินซีสูง วิตามินบี 6 บี 12 โฟเลต และกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น ปลาชนิดต่างๆ

3. การออกกำลังกาย มีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงที่จะเกิดอัลไซม์เมอร์ได้ในอนาคต

4. การฝึกสมอง สมองสามารถสร้างเครือข่ายให้เกิดขึ้นได้ถ้ามีการใช้และฝึกฝน เช่น การฝึกจำ ทำแบบทดสอบ คิดเลข ฝึกสังเกต ฝึกคิดแก้ไขปัญหาและสิ่งต่าง เป็นต้น

 

แหล่งอ้างอิง Nhealth-asia.com, Haamor.com

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>